
✨ ✨ผู้ตรวจอรุณรัตน์ ชื่นชมต้นแบบสุรินทร์ “จากโคก หนอง นา สู่คาเฟ่! สร้างรายได้จากทุเรียนและผลไม้กว่า 30 ชนิด”✨✨
🏰 CDL Korat PromptPay Plus : ซีดีแอล โคราช พร้อมเปย์ พลัส (Community Development Learning Center Korat PromptPay Plus) 🏰
⏰วันที่ 12 มิถุนายน 2569
นางอรุณรัตน์ ชิงชนะ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการปฏิบัติราชการตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และภารกิจสำคัญกรมการพัฒนาชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประจำเดือน มิถุนายน 2569
ในการนี้ นางชุติมา บุญประเสริฐสิทธิ์ พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยนางสาวฉัตรระวี ภาสตโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน นักวิชาการสังกัดสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์ เข้าร่วมลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการปฏิบัติราชการฯ ณ พื้นที่อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ โดยมี พ.อ.ท.สุรพงษ์ แท่นดี พัฒนาการอำเภอสังขะ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอสังขะร่วมต้อนรับ
นางอรุณรัตน์ ชิงชนะ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา” ณ แปลงของนางแสง วงศ์เทพ บ้านสามแยก หมู่ที่ 14 ตำบลตาคง อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พื้นที่ขนาด 3 ไร่ โดยได้เยี่ยมชมความสำเร็จของการบริหารจัดการพื้นที่ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถพัฒนาเป็นแหล่งผลิตอาหารและสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะผลผลิตทุเรียนที่ปลูกบนพื้นที่โคก หนอง นา ซึ่งในปี 2569 สามารถสร้างรายได้ให้แก่เจ้าของแปลงแล้วกว่า 30,000 บาท สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการพัฒนาพื้นที่ตามหลักทฤษฎีใหม่ที่สามารถสร้างความมั่นคงทางอาหารควบคู่กับการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ภายในแปลงยังมีการปลูกไม้ผลและพืชเศรษฐกิจหลากหลายชนิดกว่า 30 ชนิด ประกอบด้วย 1. เซียนท้อ 2. มะม่วง 3. มะไฟ 4. ทุเรียน 5. สับปะรด 6. กล้วย 7.อินทผาลัม 8. อะโวคาโด 9.ละมุด10. สับปะรด 11. ลูกหว้า 12. ส้มโอ 13. กะทกรก 14. ฝรั่ง 15. มะขามเทศ 16. ชมพู่ 17. ทับทิม 18.มะม่วง 19. มะละกอ 20.มะพร้าว 21. เกาลัด 22. มะยม 23. เชอรี่ 24. มะขาม 25. ตะขบ 26. ลำไย 27.มังคุด 28. มะยงชิด 29. เงาะ และ 30. ลิ้นจี่ ซึ่งก่อให้เกิดระบบนิเวศทางการเกษตรที่สมบูรณ์ มีผลผลิตหมุนเวียนตลอดทั้งปี และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ผู้สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน สำหรับทุเรียนที่เป็นผลผลิตเด่นของแปลงแห่งนี้ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ เปลือกบาง เนื้อฟู รสชาติหวานมัน กลิ่นไม่แรง รับประทานง่าย เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคและสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่ดี สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรของชุมชนและอีกหนึ่งจุดเด่นหนึ่งของแปลงต้นแบบแห่งนี้ คือ การต่อยอดพื้นที่สู่การเป็น “โคก หนอง นา คาเฟ่” โดยนำผลผลิตและบรรยากาศธรรมชาติมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านการเปิดร้านกาแฟและเครื่องดื่มเย็นภายในแปลง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ผู้มาเยี่ยมชม และผู้ศึกษาดูงาน สร้างรายได้เสริมควบคู่กับการทำเกษตรกรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกรมการพัฒนาชุมชนที่ส่งเสริมให้พื้นที่โคก หนอง นา พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้ของชุมชน ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนกล่าวชื่นชมเจ้าของแปลงที่สามารถบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นตัวอย่างของการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการสร้างความมั่นคงทางอาหาร การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือน พร้อมเน้นย้ำให้มีการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ เพื่อขยายผลความสำเร็จสู่ครัวเรือนและชุมชน
ต่อมาได้เดินทางไปติดตามและให้กำลังใจกลุ่มทอผ้า ผู้ผลิตผ้า และผู้ประกอบการ OTOP กลุ่มทอผ้าบ้านสุขสบาย หมู่ที่ 20 ตำบลกระเทียม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ที่อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมส่งผลงานเข้าประกวดผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรม ประจำปี 2569 "ผ้าลายขอสมเด็จฯ - เจ้าฟ้าฯ" และ"ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ" ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนได้ให้ข้อแนะนำกับกลุ่มทอผ้า ดังนี้
1. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระเมตตาพระราชทานลายผ้าและแนวทางการพัฒนาผ้าไทยแก่พสกนิกรทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ผ้าไทยได้รับการพัฒนาอย่างกว้างขวาง เกิดการตื่นตัวในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทอผ้า และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และชุมชนในทุกภูมิภาค จึงขอให้จังหวัด อำเภอ และกลุ่มทอผ้าในพื้นที่ให้ความสำคัญกับการน้อมนำ “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ไปประยุกต์และผสมผสานกับลวดลายอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อสร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่าให้กับผืนผ้า รวมทั้งสะท้อนถึงการสืบสานพระปณิธานในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาผ้าไทยให้ก้าวสู่ความร่วมสมัย
2. เน้นย้ำให้ชุมชนส่งเสริมการปลูกพืชให้สีทั้งในครัวเรือนและพื้นที่สาธารณะ เพื่อสร้างวัตถุดิบสำหรับการย้อมสีธรรมชาติ ลดต้นทุนการผลิต และสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบ โดยควรดำเนินการอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่การปลูกพืชให้สี การแปรรูปและย้อมสี การทอผ้า การตัดเย็บ ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาด
3. แนะนำให้กลุ่มผู้ผลิตผ้าและผู้ประกอบการพัฒนาทักษะด้านการออกแบบ การตัดเย็บ และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยให้แต่ละคนทำในสิ่งที่ตนเองมีความถนัดและเชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชให้สี การย้อมสี การทอผ้า การออกแบบ หรืองานตัดเย็บ เพื่อร่วมกันสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไทยของชุมชน
4. สำหรับการประกวดผ้าพระราชทาน ขอให้มุ่งพัฒนาคุณภาพผลงานให้สามารถผ่านเข้ารอบในระดับต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และสร้างการรับรู้ให้กับผ้าไหมของชุมชนบ้านสุขสบายในวงกว้าง
5. ขอความร่วมมือจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้นำท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมกันประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผ้าลายพระราชทาน เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและสร้างความภาคภูมิใจให้กับช่างทอผ้าและผู้ผลิตในชุมชน
6. แนะนำให้ผู้ประกอบการศึกษาเรื่องการตั้งราคาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม สะท้อนต้นทุนและคุณค่าของงานหัตถกรรม พร้อมทั้งขยายช่องทางการจำหน่ายสู่ตลาดภายนอกพื้นที่ โดยเฉพาะการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ การถ่ายทอดสด (Live สด) การสร้างเนื้อหาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ และการเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง
ต่อมาเดินทางไปยังกลุ่มทอผ้าไหมบ้านด่านเจริญ ของอาจารย์บันเทิง ว่องไว บ้านด่านเจริญ หมู่ที่ 19 ตำบลกระเทียม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อสนับสนุนและให้กำลังใจแก่กลุ่มทอผ้าที่อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมส่งผลงานเข้าประกวดผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรม ประจำปี 2569 "ผ้าลายขอสมเด็จฯ - เจ้าฟ้าฯ" และ"ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ" ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนได้ชื่นชมศักยภาพของกลุ่มทอผ้าไหมบ้านด่านเจริญที่มีความเข้มแข็ง มีองค์ความรู้ด้านการทอผ้าไหม และมีทุนทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะว่า การส่งผลงานเข้าประกวดในปีนี้ควรมุ่งเน้นการพัฒนาลวดลายและเทคนิคการทอให้มีความหลากหลาย ซับซ้อน ประณีต และสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น โดยอาจผสมผสานเทคนิคการทอ การมัดหมี่ การยกดอก หรือการสร้างมิติของลวดลายให้มีความแปลกใหม่และแตกต่าง เพื่อเพิ่มความโดดเด่นของผลงาน และสร้างชื่อเสียงให้แก่อำเภอสังขะ และจังหวัดสุรินทร์ในฐานะแหล่งผลิตผ้าไหมคุณภาพของประเทศ
นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมและติดตามการดำเนินงาน “ตลาดไทยช่วยไทย อำเภอสังขะ” ณ ที่ว่าการอำเภอสังขะ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนของผู้ประกอบการ OTOP กลุ่มอาชีพ และเกษตรกรในพื้นที่ ตลาดไทยช่วยไทย อำเภอสังขะ ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และเกษตรกรรายย่อย ช่วยให้ประชาชนมีช่องทางในการจำหน่ายสินค้า เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนตามแนวทางการพัฒนาของกรมการพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ นางอรุณรัตน์ ชิงชนะ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ได้ประชุมตรวจติดตามผลการปฏิบัติราชการตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และภารกิจสำคัญกรมการพัฒนาชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประจำเดือน มิถุนายน 2569 ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และภารกิจสำคัญกรมการพัฒนาชุมชน ดังนี้
1. เน้นย้ำการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล 10 พลัส ภารกิจเร่งด่วนกระทรวงมหาดไทย “Action 5 Plus” นโยบายเศรษฐกิจชุมชนพลัสของนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและสนับสนุน OTOP 9 กระบวนการ
2. ข้อเสนอแนะว่า อำเภอควรจัดกิจกรรมการประกวดคัดเลือกผ้าในระดับพื้นที่ก่อนส่งเข้าประกวดในระดับประเทศ เพื่อค้นหาผลงานที่มีศักยภาพและเป็นการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพผืนผ้าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งพิจารณามอบรางวัลหรือเงินสนับสนุนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด อันจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตเกิดความภาคภูมิใจและมุ่งมั่นพัฒนาผลงานให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น พร้อมมุ่งเน้นทั้งด้านปริมาณและคุณภาพของผลงาน เพื่อเพิ่มโอกาสในการผ่านการคัดเลือกสู่รอบระดับประเทศ
3. ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในระดับชุมชน โดยเฉพาะการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในศูนย์เรียนรู้ชุมชน กลุ่มอาชีพ และครัวเรือนต้นแบบ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับชุมชน
4. พัฒนารูปแบบการให้บริการผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในลักษณะ “One Stop Service” เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการประสานงานของผู้ประกอบการ โดยให้มีการบูรณาการบริการด้านต่าง ๆ ไว้ในจุดเดียว ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ การคัดสรร OTOP การส่งเสริมช่องทางการตลาด ตลอดจนการเชื่อมโยงแหล่งทุนและเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มโอกาสทางการตลาด และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก
5. โครงการสนับสนุนกิจกรรมตามแผนการขับเคลื่อนการขจัดความยากจน โดยเน้นให้คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอ และผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้นำ อช.) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือและพัฒนาครัวเรือนยากจนในพื้นที่ โดยทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ให้คำปรึกษา ติดตาม และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครัวเรือนเป้าหมายอย่างใกล้ชิด ต่อยอดอาชีพของครัวเรือนเป้าหมายสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าและบริการชุมชน โดยสนับสนุนให้มีการเข้าสู่กระบวนการลงทะเบียนเป็นผู้ผลิต OTOP เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การลดความยากจน การสร้างรายได้ และหลุดพ้นจากความยากจนได้อย่างยั่งยืน
การลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนตามแนวทางกรมการพัฒนาชุมชน ทั้งการสร้างความมั่นคงทางอาหาร การสร้างอาชีพและรายได้ผ่านศูนย์เรียนรู้ “โคก หนอง นา” และการส่งเสริมภูมิปัญญาผ้าไทยสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคน พัฒนาผลิตภัณฑ์ และพัฒนาการตลาดควบคู่กัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และนำไปสู่การพัฒนาชุมชนอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
📍ณ บ้านสามแยก หมู่ที่ 14 ตำบลตาคง อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์, บ้านสุขสบาย หมู่ที่ 20 ตำบลกระเทียม อำเภอสังขะ จังหวัดสุร